ชื่อเรื่อง : การประเมินโครงการการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านกีฬาเทเบิลเทนนิส
สู่ความเป็นเลิศ โรงเรียนบ้านเป้าวิทยา อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ
ผู้ประเมิน : นายชูศิลป์ ดอนเตาเหล็ก

บทคัดย่อ

การประเมินโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ประเมินบริบทก่อนการดำเนินงานโครงการ 2) ประเมินปัจจัยนำเข้าที่มีผลต่อการดำเนินงานโครงการ 3) ประเมินกระบวนการในการดำเนินงานโครงการ และ 4) ประเมินผลผลิตที่ได้จากการดำเนินงานโครงการ โรงเรียนบ้านเป้าวิทยา กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง โรงเรียนบ้านเป้าวิทยา ปีการศึกษา 2559 รวม 180 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ประกอบไปด้วยแบบสอบถามจำนวน 2 ฉบับ แบบสัมภาษณ์และแบบประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านกีฬาเทเบิลเทนนิสสู่ความเป็นเลิศ ที่ผู้ประเมินสร้างขึ้น ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบปรับปรุง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สรุปผลการประเมิน 1) ผลการการประเมินด้านบริบทของโครงการโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 4.07, S.D. = 0.76) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับมากที่สุด มีข้อ 6, 8, 9 และระดับมาก มีข้อ 1, 2, 3, 4, 5, 7, 10, 11, 12 2) ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าโครงการ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 4.24, S.D. = 0.71) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับมากที่สุด มีข้อ 1, 8, 9,10 และระดับมาก มีข้อ 2, 3, 4, 5, 6, 7 3) ผลการประเมินด้านกระบวนการดำเนินงานของโครงการ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 4.12, S.D. = 0.81) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับมากที่สุด มีข้อ 2, 8, 9 และระดับมาก มีข้อ 1, 3, 4, 5, 6, 7, 10 4) ผลการประเมินด้านผลผลิตและผลลัพธ์ของโครงการ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 4.26, S.D. = 0.69) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับมากที่สุด มีข้อ 1, 2, 7, 8 และระดับมาก มีข้อ 3, 4, 5, 6, 9, 10
การเปรียบเทียบความคิดเห็นของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาศักยภาพของ
นักกีฬาเทเบิลเทนนิสพบว่า บุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 กลุ่มนั้นมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาเทเบิลเทนนิสในด้านต่าง ๆ ทั้ง 4 ด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่า บุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 กลุ่มมีความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการไปในทิศทางเดียวกัน

ความคิดเห็นของบุคลากรครูเกี่ยวกับกีฬาเทเบิลเทนนิสในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนพบว่า ความคิดเห็นของบุคลากรครูเกี่ยวกับกีฬาเทเบิลเทนนิสในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน โดยรวมอยู่ในระดับ มาก ( =4.16,S.D.=0.71)
ความคิดเห็นของนักเรียนเกี่ยวกับกีฬาเทเบิลเทนนิสในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน
พบว่า ความคิดเห็นของนักเรียนเกี่ยวกับกีฬาเทเบิลเทนนิสในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน โดยรวมมีระดับการพัฒนาอยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.37,S.D.=0.71)
ความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองนักเรียนเกี่ยวกับกีฬาเทเบิลเทนนิสในการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาพบว่า ความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองนักเรียนเกี่ยวกับกีฬาเทเบิลเทนนิสในการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬา โดยรวมมีระดับการพัฒนาอยู่ในระดับ มาก ( = 4.12,S.D.=0.77)
โดยสรุปจะเห็นว่า ทั้งบุคลากรครู นักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองนักเรียน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาเทเบิลเทนนิสได้คล้ายคลึงกันทุกเรื่องโดยเฉพาะ 1) เทเบิลเทนนิสทำให้นักเรียนมีการพัฒนาการทางด้านร่างกายดีขึ้น นักเรียนมีความสนใจที่จะใช้เวลาหลังเลิกเรียนมาซ้อมกีฬา ทำให้ร่างกายมีพัฒนาการดีขึ้น มีความแข็งแรง 2) เทเบิลเทนนิสทำให้นักเรียนมีความรักและภาคภูมิใจในโรงเรียนของตน นักกีฬาสามารถนำชัยชนะมาสู่โรงเรียน และการแข่งขันเชื่อมความสามัคคีกับโรงเรียนอื่น ๆ ทำให้นักเรียนมีความรู้สึกที่ดีต่อโรงเรียน มีกลุ่มเพื่อนที่เล่นเทเบิลเทนนิสต่างโรงเรียน 3) เทเบิลเทนนิสทำให้นักเรียนมีพฤติกรรมกล้าแสดงออกมากขึ้น เป็นความรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญในการแข่งขัน มีชื่อเสียงเป็นฮีโร่ของเพื่อนนักเรียนและน้อง ๆ ทำให้มีความกล้าการแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้งหน้าชั้นเรียนและหน้าเสาธง 4) เทเบิลเทนนิสทำให้นักเรียนมีใช้เวลาว่างของตนอย่างเกิดประโยชน์ต่อตนเองและชุมชน นักเรียนที่เป็นนักกีฬาส่วนมากจะมีความผูกพันกับชุมชน ชอบช่วยเหลืองานของชุมชนทุกประเภท รวมทั้งงานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการอื่น ๆ 5)เทเบิลเทนนิสสนับสนุนให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นทีม กีฬาเทเบิลเทนนิสจะต้องเล่นเป็นทีม มีการประสานงานกันเป็นอย่างดี รู้จักหน้าที่ของตนเอง และรับผิดชอบยอมรับความผิดพลาดและหาทางแก้ไข 6) เทเบิลเทนนิสทำให้นักเรียนมีความเป็นผู้มีน้ำใจนักกีฬา นักกีฬาเทเบิลเทนนิส จะต้องรู้จักคำว่าให้อภัย และแสดงน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทีมที่ทำคะแนนได้หรือทำผิดพลาด และ 7) เทเบิลเทนนิสเป็นกีฬาที่นักเรียนทุกระดับสามารถเล่นได้เป็นอย่างดี เป็นกีฬาที่เล่นไม่ยาก ดัดแปลงได้หลากหลายรูปแบบ เล่นฝึกซ้อมคนเดียวหรือสองคนขึ้นไปก็ได้

ชื่อเรื่อง รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา โดยใช้ PSICS network model เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนบ้านเป้าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ
ผู้วิจัย นายชูศิลป์ ดอนเตาเหล็ก
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านเป้าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ
ปีที่วิจัย 2559

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการใน
การบริหารจัดการโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา โดยใช้ PSICS network model เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนบ้านเป้าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา โดยใช้ PSICS network model เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนบ้านเป้าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ 3) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา โดยใช้ PSICS network model เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนบ้านเป้าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ 4) เพื่อผลประเมินความพึงพอใจรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา โดยใช้ PSICS network model เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนบ้านเป้าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูโรงเรียนบ้านเป้าวิทยา จำนวน 53 คน นักเรียนโรงเรียนบ้านเป้าวิทยา จำนวน 269 คน ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบ้านเป้าวิทยา จำนวน 269 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านเป้าวิทยาจำนวน 13 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1. แบบสอบถามสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการบริหารจัดการโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา แบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เนื้อหา และทดสอบแล้วนำค่าเฉลี่ยมาแปลความหมายตามเกณฑ์ดังนี้

 

ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการบริหารจัดการโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา โดยใช้ PSICS network model เพื่อ
การพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนบ้านเป้าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ผลการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน โดยรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน ส่วนผลการวิเคราะห์ปัญหา อยู่ในระดับปานกลาง 2 ด้าน และอยู่ในระดับน้อย 2 ด้าน และผลการวิเคราะห์ความต้องการ โดยรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน
2. ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา โดยใช้ PSICS network model เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนบ้านเป้าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) องค์ประกอบด้านบุคลากรพอเพียง มี 4 องค์ประกอบย่อย 2) องค์ประกอบด้านสิ่งแวดล้อมพอเพียง มี 3 องค์ประกอบย่อย 3) องค์ประกอบด้านนวัตกรรมพอเพียง มี 3 องค์ประกอบย่อย 4) องค์ประกอบด้านชุมชนพอเพียงมี 5 องค์ประกอบย่อย
3. ผลการศึกษาการใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา โดยใช้ PSICS network model เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนบ้านเป้าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.25
4. ผลการประเมินความพึงพอใจรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา โดยใช้ PSICS network model เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนบ้านเป้าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.30